Shop Gate Direction. Fengshui can tell of your business event in 2009

(Magazine article to channel avocation April 2552 Issue - Thailand)

In year 2009, you are concerned about economic stagnation, Results from a bunch of America. In addition to the delay caused by investment. Also fear that decisions will be expanded with additional investment.

For this, I will shortly assume the stores or Buildings to turn into direction. That affect the annual fengshui. This will enable your business to find events? And careful to prevent it in the events that were not good. Because the gate of the shop or building entrance as the most important issue that can affect people in organizations. Or building owners. If power is good. Will result in organizations that encourage people to think of a better way and the right tempo and with a chance . If turned in a bad direction. Will affect thinking, ill and could lead to the decline of the organization by the year 2552 will affect the direction of the entrance door of the building to turn in direction the following:

1. Gate to Turn north.

This year will see the headache story. Many without the hope. Non-profit endeavor. Success is like closing the sale. But it must have frustrated and about to resolve the issue. Financial is unexpected expenses. Savings that had to pull out of a caulk problem. Customers will lead to many problems with various, Try to find a bell wind pipe 6 may be the entrance gate will reduce the problem?

2. Gate to Turn north east.

This year will see story of the game. Scramble to benefit . Gossip within the office. Story or dissatisfaction within the unit due to a mouth. Word or words. New initiative that will displease. Employees in the company were particularly restive sultry speak easy dissident , Decorated with bright red near the entrance door. To reduce the problem.

3. Gate to Turn east

This year 2009, competitors met you at ungodly enemies. Forward power struggle. Forward and conflict throughout the year. Beware of contract documents. Lawsuit will cause problems this year. Be careful there is a problem with the government. Disturbance to the people. Aware of the damage from stolen. Or deceptive face. Employees not in unity. The struggle within benefits.  Find a major art form basin water bills. Backwater basin or lotus paste it to the gate area, he has helped.

4. Gate to Turn southeast.

This year you will be lucky. With new business opportunities will come often to finance. Even with the economy problem, but often Surprise What to successfully finish the oft , considered this year is best direction of the year. Therefore, buildings or shops facing this direction. If knowledge of the primary motivating lucky fortune can make business glory of this year 2009, Water-Springs can stimulate luck.

5. Gate to Turn south

Your business in this year. If relevant to study the training of creative new idea Or Beauty business.  This year has been lucky for you. or This agency in your work this year will work as well. What impact capture is taken to be good. Organizations to build a reputation. Employees of a loving unity. Is unity within

6. Gate to Turn southwest.

If businesses are looking for new opportunities or from adults who have left the power forward slot. This year is right time. A forward support Help, If there is a backlog of cases from last year. This year try to revive the case. To advise adults may be good news. If the Government worked this year may be considered graduated. Or the Government of outstanding advances.

7. Gate to Turn west.

Be careful this year, employees in the workplace unlucky for healthly. Must keep a strong health care. It will affect the work of employees this year. To inactivity Shiftless old. Doing it without the quality. Affect the sales forecast. The company’s profit or loss deterioration. See your business this year stagnation. Try to find a calabash hanging on to reduce employee injury.

8. Gate to Turn north west.

This year will be new opportunities. Have the opportunity to expand its store growth to travel or working more than ever. Changed into something new organization better. To initiate new things often. Requires very special skills strategy. The competition and must adapt to new things. Receive business opportunities from the oversea.  With foreign partners. This dirction is a good secondary southeast. If you know the principles retrieves the good fortune to energy use. Will make your business better, more progress this year.

And for these events. Is very evident in the 7 July - 7 August 2552 in turn shops direction cautioned were particularly bad this month.

The result is just an overview of year 2009, but “Good in a Bad. and Bad In a good “even in the picture are not included. Some months into the star good direction. Will help better result?  If you consult savant fengshui should be learning the tailor shop to get energy into your store entrance. Will help reduce problems. And to enhance good fengshui and more impact.

If you missed the previous posts. For more information or a fengshui to have to check in the past.  Tracking can read back the site Http://www.fengshuix.com.

FENGSHUIX.COM

(บทความลงนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน เมษายน 2552)

ในปีพ.ศ. 2552 หรือปีฉลูนี้ คงเป็นปีที่หลายๆท่านกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ซบเซาและย่ำแย่ ที่เป็นผลพวงมาจากทางอเมริกา ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการชะลอการลงทุนด้วยแล้ว ยังไม่กล้าที่จะติดสินใจขยายการลงทุนเพิ่มอีกด้วย

                สำหรับฉบับนี้ ผมจะเกริ่นคร่าวๆถึงร้านค้า หรืออาคารที่หันไปในทิศต่างๆ ว่ามีผลต่อฮวงจุ้ยประจำปี ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของท่านพบกับเหตุการณ์ใดบ้าง เพื่อเอาไว้ป้องกันและระมัดระวังในเหตุการณ์ที่ไม่ดีนั้นๆมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่องจากว่าประตูใหญ่ของร้านค้า หรืออาคาร เปรียบเสมือนปากทางเข้าออกที่สำคัญที่สุดที่สามารถส่งผลต่อคนในองค์กร หรืออาคารนั้นๆได้ หากเป็นพลังงานที่ดี ก็จะส่งผลกระตุ้นให้คนในองค์กรนั้นๆคิดไปในทางที่ดีและทางที่เหมาะสมกับจังหวะและโอกาส หากหันไปในทิศทางที่ไม่ดี ก็จะส่งผลต่อการคิดที่ผิดจังหวะและอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยขององค์กรได้ โดยในปี 2552 นี้จะมีผลต่อทิศทางของประตูทางเข้าของอาคารที่หันไปในทิศต่างๆ ดังนี้

1.        ประตูหันไปทางทิศเหนือ

ฮวงจุ้ยบ่งบอกว่าในปีนี้จะพบเจอเรื่องราวที่ปวดหัวมากมาย หลายๆอย่างไม่ดังหวัง ทำกำไรไม่เข้าเป้า เหมือนจะสำเร็จปิดการขายได้ แต่ก็ต้องผิดหวังและมีเรื่องให้แก้ไขปัญหามากมาย การเงินเจอแต่รายจ่ายที่ไม่คาดฝัน เงินเก็บที่เคยมีต้องดึงออกมาใช้อุดรูรั่วต่างๆของปัญหาที่เกิดขึ้น ลูกค้าที่เข้ามาก็จะนำพาปัญหามาด้วยมากมายสารพัด  ลองหากระดิ่งลม 6 ท่อ มาติดประตูทางเข้าอาจจะช่วยลดปัญหาได้บ้าง

2.        ประตูหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ฮวงจุ้ยของท่านบอกว่าในปีนี้จะพบเจอเรื่องราวของการแข่งขัน แย่งชิงผลประโยชน์ การทะเลาะเบาะแว้ง นินทาว่าร้ายกันภายในสำนักงาน หรือเกิดเรื่องราวความไม่พอใจระหว่างหน่วยงานภายในอันมีสาเหตุมาจากปาก หรือคำพูดวาจา การริเริ่มสิ่งใหม่จะทำให้ไม่พอใจกัน พนักงานในบริษัทจะอารมณ์ร้อนมากเป็นพิเศษ หงุดหงิดง่าย พูดจาไม่ลงรอยกัน  ตกแต่งด้วยสีแดงสดใสบริเวณปากทางเข้าประตู เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

3.        ประตูหันไปทางทิศตะวันออก

ฮวงจุ้ยบอกว่าปี 52 นี้ ท่านจะได้เจอคู่แข่งศัตรูที่ร้ายกาจ คอยแก่งแย่งอำนาจ และคอยขัดแย้งตลอดทั้งปี ต้องระวังเรื่องเอกสารสัญญา คดีความจะก่อปัญหาในปีนี้ ระวังมีปัญหากับทางราชการ วุ่นวายกับเรื่องของคน ระวังของเสียหายจากการถูกขโมย หรือโดนหลอกลวง พนักงานไม่สามัคคี มีการแก่งแย่งผลประโยชน์กันภายใน  หาอ่างน้ำใบใหญ่ๆสักใบ หรืออ่างบัวน้ำนิ่งมาวางไว้บริเวณประตูทางเข้าก็ช่วยได้นะครับ

4.        ประตูหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

ปีนี้ท่านจะโชคดี มีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มาหาเสมอๆ  การเงินจะไปได้ดี แม้จะมีปัญหาบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจแต่ก็มักจะมีอะไรฟลุ๊คๆให้สำเร็จลุล่วงไปได้เสมอๆ  ถือว่าปีนี้ทิศนี้เป็นทิศที่ดีที่สุดของปี ดังนั้นอาคารหรือร้านค้าที่หันทางทิศนี้ ถ้ารู้หลักการกระตุ้นโชคตามหลักฮวงจุ้ยก็จะสามารถทำให้กิจการรุ่งเรื่องได้ทั้งปี 52 นี้เลยทีเดียว สามารถตั้งน้ำพุกระตุ้นโชคได้

5.        ประตูหันไปทางทิศใต้

ธุรกิจของคุณในปีนี้ ถ้าเกี่ยวข้องกับการศึกษา งานฝึกอบรม งานที่สร้างสรรค์สิง่ใหม่ๆ หรือธุรกิจความสวยความงาม ปีนี้นับว่าโชคดีสำหรับคุณ หรือหน่วยงานดังกล่าวนี้ในที่ทำงานของคุณปีนี้จะผลงานดีมากเป็นพิเศษ หยิบจับอะไรก็ส่งผลดีไปหมด สร้างชื่อเสียงให้องค์กร พนักงานเกิดความรักใคร่กลมเกลียว มีความสามัคคีกันภายใน

6.        ประตูหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

ถ้าธุรกิจกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ จากผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอำนาจคอยช่วงเหลือ ปีนี้เป็นปีที่เหมาะสม มีคนคอยสนับสนุนช่วยเหลือ หากมีคดีความค้างจากปีที่แล้ว ปีนี้ลองรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เข้าหาผู้ใหญ่อาจจะได้รับข่าวดี ถ้าทำงานด้านราชการปีนี้อาจจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้น หรืองานด้านราชการก้าวหน้า ผลงานโดดเด่น

7.        ประตูหันไปทางตะวันตก

ระวังปีนี้พนักงานในที่ทำงานของคุณจะสุขภาพไม่สู้ดี ต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพราะจะส่งผลถึงการทำงานในปีนี้ของพนักงาน ให้มีความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้นเช่นเดิม งานที่ทำก็จะทำแบบไม่มีคุณภาพ ส่งผลถึงยอดขาย หรือผลกำไรของบริษัทเสื่อมลงขาดทุน ปีนี้ธุรกิจของคุณดูซบเซา ลองหาน้ำเต้ามาแขวนไว้เพื่อลดอาการเจ็บป่วยของพนักงานครับ

8.        ประตูหันไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ฮวงจุ้ยจะทำให้ปีนี้จะได้รับโอกาสใหม่ๆมากขึ้น มีโอกาสขยายงาน ขยายสาขา หรือต้องเดินทางติดต่อประสานงานมากขึ้นกว่าเดิม มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่สิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้น ต้องริเริ่มสิ่งใหม่ๆเสมอๆ ต้องใช้ทักษะกลยุทธ์มากเป็นพิเศษ มีการแข่งขันและต้องปรับตัวรับสิ่งใหม่ที่ดี ได้รับโอกาสทางธุรกิจจากแดนไกล มีคู่ค้าต่างประเทศ นับเป็นทิศที่ดีรองลงมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากรู้หลักการดึงเอาพลังงานโชคลาภที่ดีมาใช้งาน จะทำให้ธุรกิจของคุณยิ่งก้าวหน้ามากขึ้นในปีนี้

และสำหรับเหตุการณ์ต่างๆดังที่กล่าวไว้ จะปรากฏเด่นชัดมากในช่วง 7 กรกฏาคม - 7 สิงหาคม 2552 ร้านค้าที่หันไปในทิศร้ายควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษในเดือนนี้

สำหรับที่กล่าวมานี้เป็นเพียงภาพรวมทั้งปี 52 แต่  "ในดีมีร้าย ในร้ายมีดี" แม้ในภาพรวมจะไม่ดี แต่บางเดือนดาวดีวนเวียนเข้ามาในทิศที่ไม่ดี ก็จะช่วยให้ส่งผลดีได้บ้าง หากท่านปรึกษาซินแสฮวงจุ้ยก็ควรจะเรียนรู้การปรับแต่งหน้าร้านค้าเพื่อรับพลังงานที่เข้ามาปากทางร้านค้าของคุณได้ จะช่วยลดทอนปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และช่วยเสริมให้โชคลาภและสิ่งดีๆส่งผลมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับท่านที่พลาดบทความก่อนหน้านี้ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมทางด้านฮวงจุ้ยที่ได้เคยลงไปในฉบับที่ผ่านมาแล้ว สามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่เวบไซต์ http://www.fengshuix.com

FENGSHUIX.COM

พีระมิด พิชิตโชค

posted on 26 Mar 2009 16:20 by fengshuix  in Fengshui

สำหรับท่านที่ติดตามบทความฮวงจุ้ย ที่ต้องการเสริมพลังโชคลาภให้กับธุรกิจ ร้านค้าของท่าน

ตอนนี้ทางเวบไซต์ Fengshuix.com ได้จัดทำตัวช่วยเสริมพลังฮวงจุ้ยกระตุ้นโชคลาภ

"พีระมิด พิชิตโชค"

FEngshui

โดย "พีระมิด พิชิตโชค" ได้ออกแบบมาเป็นพิเศษ

เพื่อเสริมพลังธาตุไฟ ให้มีพลังงานสูง เหมาะสำหรับตกแต่งในร้านค้า อาคาร ห้องพัก
ที่ต้องการเสริมฮวงจุ้ยพลังโชคลาภ และเสริมธาตุไฟให้มีความเข้นข้นสูง

ทั้งนี้เพราะใช้หลักการออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

ด้วยการออกแบบฐานสี่เหลี่ยมทรงพีระมิด ซึ่งเป็นพลังธาตุไม้

ก่อเกิดพลังธาตุไฟ ด้วยวัสดุโครงสร้างพื้นสีแดงเข้ม

พร้อมกระจายคลื่นความถี่สีแดงเข้มข้น  ด้วย LED Ultra Bright แบบความสว่างพิเศษ
ออกแบบให้เรียง 9 แถว ทั้งบน ล่าง และแนวเฉียง เพื่อเป็นตัวแทนธาตุไฟให้มากที่สุด

* ตัว LED Ultra Bright สั่งเกรดพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อการกระจายคลื่นความถี่อย่างสม่ำเสมอ
อายุการใช้งาน LED อยู่ได้นานมากกว่า 10,000 ชม. ประหยัดพลังงาน กินไฟน้อย

การใช้งาน

เพียงคุณนำ "พีระมิด พิชิตโชค" ไป
ตั้งในจุดโชคลาภประจำบ้านของคุณ(กรณีปรึกษาซินแสแล้ว)
หรือตั้งในจุดโชคลาภประจำปี(เปลี่ยนไปทุกๆปี)

เพียงเท่านี้ พีระมิด พิชิตโชค ก็จะทำงานคอยส่งพลังงานธาตุไฟให้กระจายทั่วร้านค้า
ส่งเสริมโชคลาภให้เข้าร้าน

และหากว่าสามารถติดตั้งและเปิดไฟครั้งแรกในช่วงเวลาที่ถูกต้องตามฤกษ์ยามพิเศษ 64 ข่วย
ที่ได้คำนวนตามหลักการประสานพลัง ฟ้า-คน-ดิน  เฉพาะบุคคลแล้ว จะยิ่งส่งผลเร็วขึ้น
และมั่นใจว่าได้ผลจริงอีกด้วย

กรุณาโทรสอบถาม 089-697-4500(ไม่มีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป)

(ลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ก.พ. 52)

เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ และเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคุณผู้อ่าน ฉบับนี้ผมจึงขอเสนอแนวทางการปรับฮวงจุ้ยบ้านและร้านค้ารับพลังงานโชคลาภประจำปี 2552 ซึ่งก็คือ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2552 ไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ. 2553

 ท่านผู้อ่านที่เคยอ่านบทความของผมมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คงจะได้รับทราบถึงแนวทางการปรับแต่งฮวงจุ้ยแบบง่ายๆ เอาไปดัดแปลงใช้เองได้ที่บ้าน ส่วนผลที่ได้รับจะดีมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนั้น คงตามแต่ละคนละกันนะครับ อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า การปรับแต่งฮวงจุ้ย ก็คือการบริหารพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวเรา เพื่อเหนี่ยวนำพลังงานที่ดีเข้ามาเสริมเพิ่มความเจริญรุ่งเรืองให้กับครอบครัว และตัวเราเอง และหลีกเลี่ยงการไปยุ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานที่ไม่ดี เพราะอาจจะนำไปสู่ความยุ่งยากวุ่นวาย และพบเจอปัญหาต่างๆมากมาย

 ในการหาจุดโชคลาภของบ้าน หรือร้านค้านั้น มีความซับซ้อนกว่าที่จะบอกแบบรวมๆในที่นี้ได้ เพราะในแต่ละบ้าน แต่ละมุมองศาของประตูบ้านนั้น ส่งผลให้จุดและตำแหน่งโชคลาภคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน ซึ่งในวันนี้ ผมจะไม่กล่าวถึงขั้นตอนนี้ แต่สิ่งที่จะพูดถึงทิศโชคลาภประจำปีวัวดิน 2552 นี้ คือ การคำนวนพลังงานที่ส่งเสริมด้านโชคลาภของช่วงปีเพื่อดูว่ามาจากทิศใด และเราจะต้องเตรียมตัวจัดสิ่งของและตกแต่งบ้านเพื่อรับพลังงานนั้นให้เข้าสู่ตัวบ้าน และตัวเราได้อย่างไร

 อันดับแรก ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี มีโชคลาภ ควรโล่ง โปร่ง และมีอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะการที่จะให้พลังงานที่ดีเข้าสู่ตัวบ้านหรืออาคารนั้น ควรมีการทำให้เกิดกระแสหมุนเวียนเกิดขึ้น เปรียบเสมือน ตุ่มน้ำ หากว่าตุ่มนั่นเต็มตลอดเวลา ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายของเก่าออกไป ก็จะไม่สามารถเติมน้ำใหม่เข้าไปได้ การปรับพลังงาน หรืออากาศของบ้านก็เช่นกัน การให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทเป็นสิ่งจำเป็นมาก ควรปรับให้มีการหมุนเวียนอากาศได้ดี สิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่ใช้แล้ว ควรเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ไม่วางอยู่ทั่วไป ของเก่าเก็บควรแยกพื้นที่เก็บออกจากส่วนที่ใช้งานประจำ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่มีเยอะจนเกินไป ควรหาโอกาสเอาออกไปบ้าง อย่าให้รก วิธีสังเกตุง่ายๆ ว่าบ้านเราโปร่งโล่งดีแล้วหรือยัง ให้คุณลองเปิดหน้าต่าง ประตู ทั้งบ้านให้หมด แล้วลองไปยืนตรงกลางประตูบ้าน ถ้าหากสังเกตุว่ารู้สึกมีลมอ่อนๆ พัดโชยเข้ามาในบ้าน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี มีพลังงานหมุนเวียนได้  แต่หากว่าไปยืนแล้ว ไม่มีลมพัดเลย นั่นแสดงว่าบ้านคุณยังโล่งโปร่งไม่ดีพอ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นไปได้ว่า บ้านของคุณอยู่ในจุดอับของพลังงานบริเวณนั้น เช่น อยู่ใกล้อาคารสูงใหญ่เกินไป หรืออยู่ในซอยที่เล็กมากจนอากาศหมุนเวียนลำบาก

 ส่วนถ้าเจอลมกรรโชกแรงมาก ก็ถือว่าไม่ดี ควรปรับปิดหน้าต่าง ประตูจนกว่าจะหาจุดที่ลมไหลเอื่อยๆจึงจะดี

 อันดับที่สอง หลีกเลี่ยงสิ่งเน่าเหม็น  สิ่งปฏิกูล ของเสียต่างๆ พึงระวังไว้ว่า สิ่งเน่าเหม็นและของเสียเหล่านั้น จะนำมาซึ่งเชื้อโรคต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน สุขภาพของคุณจะย่ำแย่ การเงินจะมีปัญหาโดยตลอด ทำธุรกิจจะเจอแต่คนคดโกงหลอกลวงให้เสียชื่อเสียทรัพย์ อากาศที่คุณหายใจเข้าไปในแต่ละครั้ง ส่งผลต่อความคิด จิตใจ และร่างกายของคุณเอง การที่รับเอาของเสียเข้าร่างกาย จึงเป็นที่มาของการที่มีจิตใจย่ำแย่ตามไปด้วย  เมื่อจิตใจย่ำแย่ การคิดตัดสินใจ ย่อมเสียหาย บกพร่อง ขาดสติมากเป็นพิเศษ ย่อมทำให้ผลที่ได้รับมักจะมีปัญหาบ่อยๆ นอกจากนี้ของเสียยังเป็นตัวที่สื่อถึงสิ่งชั่วร้าย อบายมุข และกิเลสของคน หากว่าทำธุรกิจอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ ทำอะไรที่ผิดกฏหมาย ล่อแหลม และเกิดเรื่องกามกิเลสมาเกี่ยวข้องกับคนในบ้าน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้บ้านของคุณพอเจอปัญหาตามที่กล่าวมานี้ แนะนำว่าควรปรับปรุงพื้นที่เน่าเสียใหม่ ทำให้ดี ดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้เน่าเสียได้ก็จะดีมาก

 อันดับที่สาม มีห้องโถงกลางที่กว้าง โล่ง เก็บกักพลังงานไว้ได้ จากฮวงจุ้ยข้อแรกที่กล่าวถึงความโล่งโปร่งสบาย ถ่ายเทสะดวกเป็นจุดเริ่มต้นของการดึงเอาพลังงานที่ดีเข้าบ้าน แต่เมื่อมีพลังงานที่ดีเข้ามาสู่ตัวบ้านแล้วควรที่จะเก็บกักพลังงานไว้ได้ด้วย ไม่ให้พลังงานเข้ามาแล้วก็จากไปโดยเร็ว ซึ่งนั่นหมายถึง เงินทองที่เข้ามา และหายจากไปเร็วนั่นเอง บางบ้านอาจจะมีห้องรับแขกไว้หน้าบ้าน หรือกลางบ้านแล้วแต่การออกแบบ ห้องโถงนี้เองเป็นสิ่งสำคัญ เปรียบเสมือนท้องของคนเรา เมื่อกินเข้าไปแล้ว จะเก็บกักสิ่งต่างๆไว้ที่นี่ กินของดีมีประโยชน์ก็ร่างกายแข็งแรง กินของเสียต่อร่างกายก็สุขภาพแย่ พลังงานที่ดีเมื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ควรจะให้พลังงานชี่นั้นถ่ายเทมาถึงห้องโถง ซึ่งควรจะเป็นห้องที่เราใช้อยู่อาศัย พักผ่อนที่ห้องนี้มากที่สุดห้องนึง รองจากห้องนอน ดังนั้นเมื่อห้องนี้มีพลังงานที่ดีเก็บกักไว้ เมื่อเราใช้พักผ่อนเมื่อเลิกงาน หรือใช้ทำกิจกรรมอื่นๆทั่วไป พลังงานที่ดีเหล่านั้นก็จะส่งเข้ามายังตัวเราให้ได้รับผลนั้นตามไปด้วย นึกถึงเหมือนห้องโถงคือตัวประจุพลังแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ ระหว่างวันห้องโถงจะเป็นตัวประจุพลังที่ดีร้ายเอาไว้ในห้องนี้จนเต็ม เมื่อเรากลับมาถึงบ้านนั่งพักผ่อนเพียงชั่วครู่ ประจุพลังดีร้ายต่างๆก็จะไหลเวียนเข้าสู่ตัวเราได้มากกว่าพลังจากห้องอื่นๆ ซึ่งเปรียบเหมือนพลังแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่า เมื่อชาร์จไฟให้เราก็ส่งผลน้อย หรือไม่ชัดเจนเสียที แต่ทั้งนี้ต้องมีการคำนวนพลังงานแล้วว่าเป็นพลังงานที่ดี จึงจะส่งผลดี

 อันดับสี่ มีพลังชีวิตที่ดี มีคนอยู่อาศัย สม่ำเสมอ ไม่ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ฮวงจุ้ยร้านค้า บ้านเรือนที่ดี ควรมีพลังชีวิตคอยส่งเสริมให้พื้นที่นั้นๆมีชีวิตตามขึ้นมาด้วย เมื่อเราอยู่ในที่รกร้าง หรือสถานที่ที่ขาดสิ่งมีชิวิต เราจะรู้สึกขาดชีวิตชีวา ขาดความสดชื่นกระปี้กระเปร่า ทำอะไรก็ดูจืดชืดไร้เรี่ยวแรง และไม่มีแรงจูงใจในการกระทำการใดๆ แตกต่างจากเวลาที่เราไปเที่ยวภูเขาที่มีต้นไม้สูงๆเยอะแยะมากมาย สิ่งมีชีวิตของป่าไม้ จะทำให้เรากระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวาและรู้สึกมีพลังงานขึ้นกับตัวเองโดยอัตโนมัติ แม้ไม่มีคนอยู่ที่นั่นก็ตาม หรือเวลาที่เราเดินห้างสรรพสินค้าที่มีคนเยอะๆ เราจะรู้สึกว่าสถานที่นั่นน่าเดินเล่น น่าช๊อปปิ้ง และเราก็จะตื่นตาตื่นใจตามไปด้วย แตกต่างจากห้างสรรพสินค้าที่คนเดินน้อยๆ แม้จะดูร้านค้ามีการตกแต่งสวยงามเลิศหรูอย่างไร เรากลับไม่รู้สึกถึงการอยากจับจ่ายใช้สอย และมีความเบื่อหน่ายเกิดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นร้านค้าหรือบ้านที่ดี ควรเสริมพลังชีวิตให้สถานที่นั้นอย่างสม่ำเสมอ จัดให้มีคนอยู่อาศัย เดินไปมา เข้าออกเสมอๆ ซึ่งจะเป็นการนำพาพลังงานจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวบ้าน และเป็นการนำพลังงานจากในบ้านออกไปยังข้างนอกโดยใช้คนเป็นตัวนำได้เช่นกัน หรือบางร้านค้าเมื่อปรับปรุงร้านค้าใหม่ หรือเปิดร้านใหม่ยังไม่มีคนรู้จัก ไม่มีคนเดินเข้าออก ก็อาจจะต้องอาศัยเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยือนเสมอๆ บ่อยๆถี่ๆในช่วงแรก หรือบางร้านอาจจะถึงขั้นต้องจ้างคนมาเดินเข้าร้านเพื่อให้เกิดบรรยากาศและเติมพลังชีวิตนั่นเอง

 อันดับที่ห้า เรียนรู้ทิศทางที่ดี ที่นำโชคลาภมาให้ นอกจากหลักฮวงจุ้ยพื้นฐานดังที่กล่าวมาแล้วสำหรับปรับปรุงสถานที่เพื่อต้อนรับโชคลาภเข้ามาสู่ตัวบ้าน แต่การที่จะดึงเอาพลังงานโชคลาภเข้าบ้านได้นั้นต้องเรียนรู้ทิศทางของแต่ละปีแต่ละเดือนว่าโชคลาภอยู่ที่ใด สำหรับในปีวัวดิน 2552 นี้ ครอบคลุมช่วงวันที่ 4 ก.พ. 52 – 4 ก.พ. 53 โดยมีทิศที่เป็นโชคลาภอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ (องศาที่ 112.5 – 157.5 องศา) ซึ่งในทิศนี้ปี 52 นี้จะมีพลังงานดินโชคลาภแฝงตัวอยู่ ให้ไปดูว่าบ้านของคุณในมุมทิศนี้จัดพื้นที่เพื่อรับโชคลาภดังที่กล่าวมาสี่ข้อก่อนหน้านี้ดีแล้วหรือยัง หากยังไม่ได้จัด ควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและจัดบริเวณนั้นให้มีพลังงานเข้ามายังตัวบ้านได้ ซึ่งเป็นการเชิญเอาโชคลาภเข้ามานั่นเอง หากว่าบริเวณนั้นทึบ มีกำแพงควรทำให้โล่งมากที่สุด ไม่เอาข้าวของเครื่องใช้มาวางทับ หรือทำให้รกตรงจุดนี้ เพราะจะทำให้พลังโชคลาภไม่ทำงาน ไม่ส่งผล ถ้าเป็นมุมมืดมุมอับ ควรหาไฟสีแดง เหลือง หรือส้ม มาเปิดให้สว่าง เพราะสีแดง เหลือง ส้ม เป็นตัวแทนของธาตุไฟ และดิน ซึ่งเป็นธาตุส่งเสริมธาตุดินโชคลาภนี้ให้แสดงผลมากขึ้น

 การกระทบ เคาะ ตอก เจาะ ทุบ รื้อของ หรือการก่อสร้าง ก่อกวนพลังงานใดๆในมุมนี้ ในปีนี้ถือว่าดี เพราะจะยิ่งช่วยเพิ่มการกระตุ้นให้พลังโชคลาภมีกำลังส่งผลมากขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มพูนโชคลาภมาให้คุณนั่นเอง

 ร้านค้าห้างร้าน ในบริเวณนี้ ควรหาสีแดง โคมไฟแดง หรือวัสดุที่ทำจากดิน หรือพลาสติก และมีสีแดง มาตกแต่งจะดีมาก หาพัดลมมาตั้งเพื่อพัดลมโชคลาภจากจุดนี้ให้กระจายทั่วทิศต่างๆในบ้านก็จะยิ่งดี อย่าเอาของมาวางกั้นในทิศนี้ ร้านค้าที่เคยวางของในทิศนี้ ปีนี้เปลี่ยนที่วางใหม่ อย่าเอามาขวางโชคลาภ ถ้าร้านค้าใด มีทางเข้าร้านในทิศนี้ ถือว่าเป็นโชคดีของคุณ ปีนี้มีโอกาสกอบโกยรายได้มากกว่าปกติ ต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ขยันขันแข็งทำมาหากิน

 ถ้ามีถนน ซอย หรือช่องลมที่พุ่งเข้ามาที่บ้านเราในทิศนี้ ในปี 52 นี้ ถือว่าดีมากกว่าเสีย แต่ทางที่พุ่งมาต้องลาดเข้ามาหาเราด้วย หากลาดออกถือว่าเสียทรัพย์มากเป็นพิเศษต้องระวังครับ

 ข้อควรระวังสำหรับการกระตุ้นฮวงจุ้ยโชคลาภในปี 52 นี้ในทิศตะวันออกเฉียงใต้(องศาที่ 112.5 – 157.5 องศา) เนื่องจากปีนี้ทิศโชคลาภ ซ้อนทับทิศอสูรซึ่งเป็นทิศร้ายแรงอย่างนึงของทางฮวงจุ้ย ซึ่งในปีนี้ซ้อนทับครึ่งนึงของทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือ ช่วงองศาที่ 112.5-135 องศา ดังนั้นการปรับแต่งฮวงจุ้ยเพียงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ยังคงจัดได้ตามที่กล่าวมา เพียงแต่การไปกระตุ้นด้วยเคาะ ตอก เจาะ ทุบ รื้อ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้พลังทิศอสูรร้ายก่อตัวขึ้นมาแสดงผลร้ายกับเราได้ หากต้องการกระตุ้นด้วยการ เคาะ ตอก เจาะ แนะนำว่าควรปรึกษาอาจารย์ฮวงจุ้ย หรือผู้ที่เรียนรู้หลักการเลี่ยงพลังอสูรจะดีกว่า หากต้องการตั้งพัดลม แนะนำว่าควรอยู่ในทิศองศาที่ 135-157.5 องศา จะปลอดภัยกว่าครับ

 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการปรับแต่งฮวงจุ้ยคือ การหาเข็มทิศมาไว้ใช้ในการหามุม และทิศทางต่างๆของบ้าน เพราะลำพังเพียงแค่การคาดคะเนด้วยสายตามีความผิดพลาดสูงมาก แนะนำให้ไปศึกษาวิธีการใช้งานเข็มทิศ และมีติดตัวไว้จะเป็นประโชยน์สำหรับทุกท่านดีทีเดียวครับ

 สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำตัวเองให้มีความเจริญรุ่งเรือง คือ การยึดหลักคุณธรรม หลักธรรมะในการดำเนินชีวิต รู้จักพอเพียง พึงพอใจในสิ่งที่เรานั้นมีอยู่ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

คุณธรรมเปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยร้ายต่างๆที่เข้ามาทำร้ายเรา คนดีมีคุณธรรม แม้ไม่ร่ำรวย แต่ชีวิตมักผาสุข อายุยืนยาว ดังนั้นสำหรับในปีใหม่นี้ ผมจึงขออวยพรอวยชัยให้ท่านผู้อ่านได้ประสบพบเจอรสิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิต ยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ฮวงจุ้ยเป็นเพียงศาสตร์นึงในการช่วยให้ชีวิตสุขสมหวัง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ขอให้ทุกท่านมีสติและเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับ

สำหรับท่านที่พลาดบทความก่อนหน้านี้ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมทางด้านฮวงจุ้ยที่ได้เคยลงไปในฉบับที่ผ่านมาแล้ว สามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่เวบไซต์ http://www.fengshuix.com  

Fengshuix.com

(ลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ม.ค. 52)

 

ฮวงจุ้ย โดยส่วนใหญ่รูปทรงของที่ทำงานปัจจุบันที่อยู่ในเมือง มักจะเป็นการเช่าพื้นที่ตึกสูงซะส่วนใหญ่ และด้วยเหตุนี้เองที่แผงผังของรูปทรงของสถานที่ทำงาน จึงมีความแตกต่างกันออกไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การที่รูปทรงของที่ทำงานเว้าแหว่งขาดหายไปนั้น สามารถส่งผลดีร้ายต่อพนักงานหรือแม้แต่ตัวของคุณเองได้เช่นกัน

 

สำหรับอาคารตึกสูงโดยทั่วไป มักจะมีข้อจำกัดทางด้านการออกแบบโครงสร้าง และข้อจำกัดทางด้านความคุมค่าของพื้นที่ ทำให้รูปทรงของตัวพื้นที่ที่ได้เปิดให้สำนักงานเช่าหลายๆแห่ง มีรูปร่างที่ไม่ได้สัดส่วน และเหตุนี้เอง สำนักงานบางแห่งจึงมักมีปัญหาเรื่องพนักงานบางส่วนมีปัญหาไปเป็นประจำเสมอๆ แม้ว่าจะเปลี่ยนกี่คนต่อกี่คนก็ตาม เราลองมาดูกันนะครับว่า รูปทรงที่ขาดหายไปของพื้นที่ทำงานนั้นมีผลต่อใครอย่างไรบ้าง

 

ทิศที่เว้าแหว่งนั้นเป็นทิศเหนือ ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อ พนักงานผู้ชายอายุระหว่าง 16-30 ปี มักจะมีปัญหาอยู่เสมอๆ ลางานบ่อย ขาดงานประจำ ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ไม่มีสมาธิในการทำงาน ส่งผลเสียต่องานที่รับผิดชอบด้อยประสิทธิภาพ หรือพนักงานคนใดที่ทำงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบเรื่องดังนี้ เช่น งานที่ต้องวางแผน งานที่ต้องเดินทางเสมอ งานร้านอาหาร ธุรกิจบริการกลางคืน งานที่เกี่ยวกับฝ่ายซ่อมบำรุง นักเขียน ที่ปรึกษาบริษัท ฮวงจุ้ยจะส่งผลเสียต่องานเหล่านี้ บุคคลใดที่มีตำแหน่งที่รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้มักจะทำงานออกมาได้ไม่ดี หรือมีปัญหาโดยตลอด

 

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อพนักงานหญิงอายุ 46 ปีขึ้นไป หรือพนักงานที่ให้บริการประชาชน พนักงานที่ต้องใช้แรงงาน หรือต้องเกี่ยวข้องกับแรงงานจะมีปัญหา งานด้านเกษตรกรรม ช่างสวน ครู การศึกษา ฝ่ายเทรนนิ่งอบรมมักจะไม่มีผลงาน งานที่ทำเพื่อสังคมจะออกมาไม่ดี ทำแล้วมีปัญหามากกว่าสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร

 

ทิศตะวันออก ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อ พนักงานผู้ชายอายุระหว่าง 31-45 ปี (ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้บริการองค์กรระดับผู้จัดการ) ผลเสียจะทำให้พนักงานกลุ่มนี้ขาดความมีชีวิตชีวาในการทำงาน ขาดความกระตือรือร้น ไม่อยากแย่งชิงเอาชนะ ชอบอยู่เฉยๆเฉื่อยๆไปเรื่อยๆดีกว่า หรือคนที่ต้องรับผิดชอบดังนี้ งานที่เกี่ยวกับไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า กีฬา ทหาร ครู กลุ่มวิทยากร ผู้นำกิจกรรมสันฐนาการต่างๆ กลุ่มนักดนตรี นักร้อง ช่างไม้ ช่างสี พ่อครัว คนขับรถ ที่ปรึกษา นักประดิษฐ์ วิศวกร นักเขียน นักข่าว กลุ่มคนเหล่านี้การงานจะทำให้คุณตกต่ำ แม้ว่าจะขยันเพียงใด แต่ปัญหามักจะมีเสมอๆ รวมไปถึงพนักงานที่กล่าวมานี้ ไม่มีความรู้สึกในการอยากที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น หรือขาดผลงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

 

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อพนักงานหญิงอายุ 31-45 ปี หรืองานด้านประชาสัมพันธ์องค์กร การเผยแพร่ข่าวสาร งานวิชาการ เทรนนิ่งอบรม สื่อโฆษณาไม่ได้ผล งานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบิน นักขาย นักการตลาด นักข่าว วิทยากรอมรม พนักงานเหล่านี้จะทำงานแต่ขาดชื่อเสียง ขาดการรับรู้จากภายนอก ทำงานดีอย่างไรก็จะไม่ค่อยโด่งดัง หากเป็นหญิงบางทีจะมีปัญหาเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ทำงาน ต้องระวังอย่าให้มีน้ำเน่าเสียตรงจุดนี้ หรือมองออกไปเจอจุดน้ำเสียภายนอก จะทำให้มีปัญหาชู้สาวในที่ทำงานเกิดขึ้นได้

 

 

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อผู้ชายอายุ 46 ปีขึ้นไป หรือผู้บริการระดับสูงขององค์กร ทิศนี้บ่งบอกถึงผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในบริษัท หรือผู้ที่ทำงานที่ต้องรับผิดชอบในงานที่ต้องประสานกับผู้บริการระดับสูง ติดต่อราชการทหาร ข้าราชการ คนที่มียศศักดิ์อำนาจ พระ นักบวช นักแปล ช่างกล ช่างเหล็ก นายธนาคาร นักจิตวิทยา กลุ่มคนเหล่านี้จะประสบปัญหาในการบริหารงานที่ไม่มีอำนาจ ขาดการเชื่อฟังจากลูกน้อง ทำตัวดีอย่างไรลูกน้องก็ไม่นับถือ หรือไม่เห็นคุณค่า ขาดการเกรงใจ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ผู้บริหารจะเป็นคนที่ไม่มั่นคง มีปัญหาทางด้านสมอง ศีรษะ ปอด กระดูก

 

 

ทิศตะวันตก ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อพนักงานหญิงที่อายุไม่เกิน 15 ปี ในธุรกิจทั่วไปอาจจะไมมีกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ในบางธุรกิจอาจจะมีการรับมาเป็นพนักงานในร้านชั่วคราวก็มีบ้าง หรือพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย การธนาคาร ร้านอาหาร โรงแรม บาร์ งานด้านบันเทิง นักบัญชี นักบริหารองค์กร หรือผู้จัดการ นักออกแบบ กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ นักตกแต่งภายใน ทีมงานด้านการออกงานต่างๆ เช่น พริตตี้ PR นักแสดงต่างๆ

 

 

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ฮวงจุ้ยจะส่งผลร้ายต่อพนักงานชายอายุไม่เกิน 15 ปี (ในบางธุรกิจอาจจะมีการจ้างงานชั่วคราว) หรืองานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องจัดการสินค้าคงคลัง นักสืบ ตำรวจ งานที่ทำเพื่อสังคม ฝ่ายรปภ. นักดนตรี นักเต้น ฝ่ายที่ต้องประสานงานกับการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ฝ่าย R&D ขององค์กรจะประสบปัญหา ไม่สามารถคิดค้นสินค้าใหม่ๆที่น่าสนใจ หรือประสบความสำเร็จได้

 

 

ทิศใต้ ฮวงจุ้ยจะส่งผลเสียต่อพนักงานหญิงอายุระหว่าง 16-30 ปี หรือพนักงานที่ต้องใช้ความสวยงาม เช่น PR พริตตี้ หรือพนักงานด้านการอบรม ผู้ที่ดูแลด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์องค์กร องค์กรขาดชื่อเสียง ไม่มีคนกล่าวถึง ไม่เด่นดัง ขาดความน่าสนใจต่อผู้บริโภค งานด้านการแสดงไม่ว่าจะเป็น นายแบบ นางแบบ นักออกแบบเสื้อผ้า ช่างภาพ สถาปนิก คนเหล่านี้ทำงานได้ไม่นาน ทำแล้วผลงานไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจเพียงพอ

 

 

จุดกึ่งกลางอาคารที่มีการเว้าแหว่ง ฮวงจุ้ยจะส่งผลต่อผู้บริการสูงสุดขององค์กร ผู้ที่กุมอำนาจมากที่สุด ขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ขาดอำนาจบารมีที่เกรงขามต่อลูกน้อง

 

 

ทิศต่างๆดังที่ได้บอกไปนี้ เพื่อให้ทราบถึงผลร้ายเสียต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องดังที่กล่าวมา อยากให้ท่านผู้อ่านลองกลับไปเทียบกับแผนผังที่ทำงานของท่านเอง และจะเห็นได้ว่าองค์การมีจุดบกพร่องด้านใดบ้าง และควรส่งเสริมและใส่ใจงานในด้านใดมากเป็นพิเศษ และการแก้ไขก็เพียงแต่เติมเต็มส่วนที่หายไป หรืออาจจะนำตู้ เฟอร์นิเจอร์มาวางให้เติมเต็มไม่ให้ดูขาดหายไปก็พอช่วยได้

 

หากจะดูให้ละเอียดกว่านี้จะมีเรื่องพลังงานในแต่ละช่วงแต่ละอาคารที่ส่งผลมากเป็นพิเศษแตกต่างกันได้อีก

 

ท่านที่ต้องการอ่านบทความฮวงจุ้ยย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

(ลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน พ.ย. 51)

เมื่อพูดถึง “ ทิศอสูร” หลายๆคนคงนึกถึงหลายๆคนอาจจะนึกถึงทิศที่มีผีร้าย หรือวิญญาณ แต่ในหลักวิชาฮวงจุ้ยแล้ว หมายถึงทิศที่ส่งผลร้ายเมื่อมีการไปกระทบกระเทือน ซึ่งท่านผู้อ่านควรศึกษาและรู้เอาไว้เพื่อเลี่ยงทิศดังกล่าวในเวลาที่มีการปรับแต่งบ้านหรืออาคารใหม่ทุกๆครั้ง

ทิศอสูร ในหลักวิชาฮวงจุ้ยนั้นต้นกำเนิดมาจากหลักการพิฆาตกันของธาตุทั้ง 5 หรือจะเรียกว่าการชง หรือ ปะทะกัน ดังที่เคยกล่าวไว้เมื่อฉบับเดือนเมษายน 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งจะขอสรุปสั้นๆดังในภาพวงจรการพิฆาตในรูปที่ 1

เริ่มจาก ไม้ พิฆาต ดิน, ดิน พิฆาต น้ำ, น้ำ พิฆาต ไฟ, ไฟ พิฆาต ทอง, ทอง พิฆาต ไม้
ในหลักคำนวณหาทิศอสูรปีนั้น คือ การหาทิศที่มีพลังงานที่ปะทะกันในแต่ละปี โดยเมื่อมีการพิฆาตกัน หรือปะทะกันของพลังงาน หากเราไปก่อกวนในทิศนั้นๆ หรือไปกระทบกระทั่งทำให้พลังงานบริเวณนั้นมีการแผ่ขยายออกมา ก็จะส่งผลให้พลังงานที่ร้ายๆกระจายตัวส่งผลร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งจะต้องรู้ก่อนว่าในปีใด มีพลังงานธาตุใด และทิศไหนเป็นทิศที่ถูกพิฆาต ซึ่งผมพอจะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
  • กลุ่มไตรภาคีน้ำ กลุ่มนี้ประกอบด้วยปีนักษัตร วอก, ชวด, มะโรง พลังทั้ง 3 ปีนี้จะปะทะกับธาตุไฟ (ทิศใต้) ในปีนักษัตรเหล่านี้จึงมีทิศใต้เป็นทิศอสูร
  • กลุ่มไตรภาคีไฟ กลุ่มนี้ประกอบด้วยปีนักษัตร ขาล, มะเมีย, จอ พลังทั้ง 3 ปีนี้จะปะทะกับธาตุน้ำ (ทิศเหนือ) ในปีนักษัตรเหล่านี้จึงมีทิศเหนือเป็นทิศอสูร
  • กลุ่มไตรภาคีทอง กลุ่มนี้ประกอบด้วยปีนักษัตร มะเส็ง, ระกา, ฉลู พลังทั้ง 3 ปีนี้จะปะทะกับธาตุไม้ (ทิศตะวันออก) ในปีนักษัตรเหล่านี้จึงมีทิศตะวันออกเป็นทิศอสูร
  • กลุ่มไตรภาคีไม้ กลุ่มนี้ประกอบด้วยปีนักษัตร กุน, เถาะ, มะแม พลังทั้ง 3 ปีนี้จะปะทะกับธาตุทอง (ทิศตะวันตก) ในปีนักษัตรเหล่านี้จึงมีทิศตะวันตกเป็นทิศอสูร
  • ส่วนกลุ่มไตรภาคีดิน ไม่มี
ดังนั้นขอยกตัวอย่างในปี 2552 คือ ปีนักษตรฉลู เป็นกลุ่มไตรภาคีทอง ในปีหน้า (ปี 2552) จึงมีทิศตะวันออก(ธาตุไม้) เป็นทิศอสูร
และในปี 2553 เป็นปีนกษัตรขาล เป็นกลุ่มไตรภาคีไฟ ในปี 2553 จึงมีทิศเหนือ(ธาตุน้ำ) เป็นทิศอสูร เป็นต้น
ซึ่งจากที่กล่าวมาผมจะสรุปเป็นตารางเพื่อเอาไว้ดูประกอบง่ายๆ ดังนี้

  

จากภาพจะสังเกตได้ว่าทิศอสูรนั้นครอลคลุม 90 องศาในทิศนั้นๆ เช่น ปี พ.ศ.2551 มีทิศใต้เป็นทิศอสูร ดังนั้น เมื่อแบ่งทิศเป็นทิศทั้ง 4 ทิศ จะได้ทิศใต้ทั้งหมด หรือ ถ้าแบ่งเป็น 8 ทิศตามที่เคยได้บอกเอาไว้ในฉบับก่อนหน้านี้ ทิศอสูร จะครอบคลุมทิศใต้ทั้งส่วน รวมไปถึงครึ่งนึงของทิศตะวันออกเฉียงใต้ และอีกครึ่งนึงของทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วย (ดังแสดงในภาพ)

  

อย่างที่เคยบอกนะครับ การเปลี่ยนแปลงปีจากปีเก่าสู่ปีใหม่ ในหลักวิชาฮวงจุ้ยจะเริ่มนับจากวันที่ 4 ก.พ. ของทุกปี ไม่ใช่ 1 ม.ค. แจ้งเตือนไว้อีกทีกลัวเข้าใจผิดครับ

เมื่อเราทราบถึงการหาทิศอสูรกันแล้ว เราก็ควรจะรู้ว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องรู้และควรระวังกันขนาดนั้นเชียวหรือ ลองจนตนาการดูว่า หากเราอยู่ในสถานที่ที่มีการปะทะกันของคนสองคน ถึงแม้ว่าในห้องนั้นเราจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดเลย แต่ผลที่เกิดจากทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันนั้น อย่างน้อยก็อาจจะรบกวนสมาธิ หรือทำให้เราไม่สามารถนั่งทำงานในบริเวณนั้นอย่างมีความปกติสุขได้ เช่นกัน ในทิศอสูร คือทิศที่มีการปะทะของพลังงาน พลังงานในทิศอสูรนั้น ก็จะรบกวนไม่ให้เราสามารถทำงานอย่างมีสมาธิ หรือหากมีการตัดสินใจใดๆก็อาจจะทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นในทิศอสูรนี้ หากเราทราบแล้วควรหลีกเลี่ยงการไปกระทบกระทั่งพลังงานในบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งซ่อมแซม ต่อเติม เคาะ ตอกตะปู เจาะผนัง ขุดหลุม เปิดหน้าดิน หรือย้ายข้าวของที่ต้องมีการสั่นสะเทือนของพลังงานเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป้นการไปกระตุ้นพลังงานให้กระจายสู่พื้นที่ข้างๆ อันจะส่งผลให้เหตุการณ์ที่ไม่ดี หรือเหตุร้ายต่างๆเกิดขึ้นกับผู้อยู่อาศัยภายใน 3-7 วัน หรือไม่เกิน 120 วัน และมักจะเกิดขึ้น 3 เรื่องติดต่อกัน ถ้าผู้อยู่อาศัยเป็นช่วงที่ธาตุถูกพิฆาตด้วย หรือดวงชะตาอ่อนกำลัง อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยเช่นกัน

ทั้งนี้ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับว่าการกระทบกระเทือนนั้นรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ยิ่งกระทบรุนแรงมากเหตุการณ์ร้ายก็จะยิ่งรุนแรงมากตามไปด้วย และถ้ามีการคำนวณอย่างละเอียดถึงวันเดือนปีเกิดของบุคคลในบ้านด้วยแล้ว จะสามารถคำนวณได้ด้วยว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นกับใครในบ้าน และเป็นเหตุร้ายเรื่องอะไร ฮวงจุ้ยทั้งหมดล้วนมีหลักการและเหตุผลในหลักวิชาทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องงมงายดังที่หลายคนเข้าใจ

นอกจากการไปกระทบกระทั้งในทิศอสูรแล้ว สิ่งที่ควรระวังคือ ทิศหลังบ้านไม่ควรพิงทิศอสูร(ดูทิศหน้าบ้าน จากแหล่งพลังงานทางเข้าหลักของบ้านส่วนใหญ่จะยึดประตูเป้นทิศหน้าบ้าน ส่วนทิศตรงข้ามกับประตูจะเรียกว่าทิศหลังบ้าน) ถ้าบ้านหลังใดมีทิศหลังบ้านพิงทิศอสูร ในปีนั้นๆให้ระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ห้ามมีการย้ายเข้าบ้าน สร้างซ่อมแซมบ้าน รื้อถอนอาคาร ต่อเติมใหม่ หรือเคาะ ตอก เจาะ ใดๆไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของบ้านทั้งภายในและภายนอกบ้าน หรือการย้ายเข้าที่ทำงานใหม่ ห้องทำงานใหม่ก็ควรระวัง นอกจากจะได้รับฤกษ์ที่ถูกต้องเพื่อหาวันเวลาที่ดีในการเลี่ยงพลังงานร้ายทั้งหมด ก้จะสามารถเข้าไปตกแต่ง ซ่อมแซม หรือย้ายเข้าได้  

ส่วนบ้านที่หลังบ้านพิงทิศอื่น ก็เพียงแต่ให้ระวังไม่ไปกระทำการที่บริเวณทิศอสูรก็เท่านั้นพอ และต้องคอยระวังไม่ให้ผู้อื่น คนในบ้านไปกระทำการในทิศนั้นด้วย ผลที่เกิดขึ้นความรุนแรงอยู่ที่การกระทำกับทิศร้าย มีตั้งแต่ เสียทรัพย์ อุบัติเหตุ พิการ อัมพาธ เจ็บป่วยไม่ทราบสาเหตุ โรคเรื้อรังกำเริบ โจรขโมย หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ในการหาทิศอสูรนั้น หากต้องการคำนวณฮวงจุ้ยให้ละเอียดลึกลงไปอีก จะสามารถคำนวนทิศอสูรประจำเดือน ทิศอสูรประจำวัน และทิศอสูรประจำยาม ได้อีกด้วย ซึ่งทิศอสูรเดือน วัน ยาม เหล่านี้ ล้วนมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับทิศอสูรปีเช่นกัน เพียงแต่ความรุนแรงอาจจะน้อยลงไปบ้าง ยิ่งสามารถคำนวณได้ละเอียด และหาวันเวลาที่เลี่ยงพลังงานร้ายเหล่านี้ได้ การกระทบกระทั้ง หรือต่อเติมในครั้งนั้นก็จะไม่ส่งผลร้ายต่อผู้อยู่อาศัย ส่วนสุตรการหาอสูรเดือน อสรูวัน อสูรยาม ก็ใช้หลักการดูนักษัตรประจำเดือน ประจำวัน และประจำยาม เช่นเดียวกันกับการหาทิศอสูรปีนั่นเอง แต่ต้องระลึกไว้ว่าในการเปลี่ยนพลังงานของเดือนต่างๆ จะอยู่ที่วันที่ 4-8 ของแต่ละเดือน(วันที่แน่นอนหาดูได้ในปฏิทินจีน)

การเลี่ยงเหตุร้ายจากทิศอสูร ทำได้โดยคำนวณเพื่อหาทิศที่ปลอดภัยก่อนกระทำการใดๆอันส่งผลให้มีการกระทบกระทั่ง หรือ ถ้าสามารถคำนวณหาฤกษ์ยามที่ดีได้ ในหลักวิชาฮวงจุ้ยการหาฤกษ์ยามขั้นสูงนั้น จะสามารถคำนวณหาช่วงวันเวลาที่เหมาะสม ทั้งคน บ้าน และทิศทางพลังงาน เพื่อเลี่ยงพลังร้ายทั้งหมดได้ แม้ว่าจะต้องไปกระทำการใดๆที่ทิศอสูร หากใช้วันเวลาที่คำนวณในชั้นสูงแล้ว ก็จะไม่เกิดผลร้ายใดๆเกิดขึ้น ซึ่งขอย้ำว่าจะต้องมีการศึกษามาก่อนแล้วเท่านั้น การหาฤกษืยามตามปฏิทินจีน ไม่สามารถใช้หลีกเลี่ยงทิศอสูรได้ พึงระลึกไว้เพื่อไม่ให้เกิดภัยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

fengshuix-column-11-2008-direction-time
ท่านที่ต้องการอ่านบทความฮวงจุ้ยย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

(ลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ต.ค. 51)

สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากจะขอยกตัวอย่างการนำฮวงจุ้ยไปใช้งาน และปรับแต่งร้านค้าของลูกค้าท่านนึงที่ผมได้นำหลักวิชาฮวงจุ้ยที่เรียนรู้มาไปช่วยเพิ่มยอดขายให้ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างหยิบยกมาให้ท่านผู้อ่านได้เรียนรู้ และได้เห็นแนวทางการเอาไปใช้งานจริง และเห็นผลจริง

ร้านนี้เป็นร้านค้าแบบแผงลาย ขายเสื้อผ้าแฟชั่นสำเร็จรูปสำหรับผู้หญิง มีทั้งเสื้อ กระโปรง ผ้า กระเป๋า อยู่ในตลาดนัดกลางคืน ที่วางขายอยู่ริมฟุตบาท โดยพื้นที่ข้างๆจะเป็นทางเดิน และร้านแผงลอยอื่นๆ และด้านหลังเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีคนพลุ่กพล่าน เดิมทีการจัดวางราวแขวนผ้าสำหรับโชว์ และหุ่นตั้งโชว์ จะจัดวางดังรูปที่ 1.

จากภาพที่ 1 จะเห็นว่า ด้วยเนื้อที่ถูกจำกัดทำให้เดิมที่เจ้าของร้าน อยากเพิ่มพื้นที่ให้ลูกค้าภายในร้าน โดยจัดหุ่นโชว์ให้มีการเอียงออกไปตามทางเดิน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อของในร้าน ได้มีพื้นที่มากขึ้น แต่คนที่สัญจรผ่านไปมาจะมีทางเดินแคบลง 

โดยความเชื่อเดิมของเจ้าของร้าน คือ ถ้าเอาหุ่นโชว์ ยื่นออกมามาก จะทำให้คนที่เดินไปมามองเห็น และสนใจมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มยอดขายมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อพิจารณาถึงหลักการของกระแสพลังชี่ที่ไหลเวียนมาบริเวณนี้แล้ว

จะเห็นได้ดังภาพที่ 2 คือ กระแสถูกบีบออกด้านข้างร้านค้าไปโดยไม่เกิดกระแสไหลเข้าร้าน (ดูรูปที่ 2 ประกอบ)

และอีกเหตุผลนึงที่ต้องวางหุ่นโชว์ให้ออกมาก็เพื่อให้ลูกค้ามีพื้นที่ในการเลือกชม และลองชุดได้มากขึ้น

จากโจทย์ที่ได้รับมาคือ ต้องการเพิ่มยอดขายรายวัน เนื่องจากช่วงที่ไปจัดร้านให้ เป็นช่วงที่เพิ่งเกิดการยุบสภาฯใหม่ๆ เศรษฐกิจแย่มาก ยอดขายจากปกติวันธรรมดาคืนละ 4-5 พันบาท เหลือเพียง 2-3 พันบาท หรือในช่วงต้นเดือนก็ได้เพิ่มมานิดหน่อยเท่านั้น

เริ่มวิเคราะห์ปัญหา

อันดับแรก ที่ต้องปรับแต่งฮวงจุ้ยแผงร้านค้านี้ คือ การจัดวางหุ่นโชว์ด้านหน้า ให้มีการรับและดึงกระแสเข้าสู่ภายในบริเวณร้าน ทั้งนี้เพราะรูปแบบเดิมนั้น แม้ว่าจะดูโดดเด่นจริง แต่การวางเฉียงทำให้รับพลังงานไมได้เต็มที่ และเป็นการดันกระแสออกด้านข้าง จึงขายได้ไม่ดีเท่าที่ควร

อันดับแรก จึงปรับฮวงจุ้ยการวางหุ่นโชว์ด้านหน้าให้ตั้งฉากกันสองด้าน และเป็นการเพิ่มพื้นที่ด้านหน้าให้โล่งขึ้น หรือที่เคยบอกท่านผู้อ่านไปฉบับก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า เหม่งตึ๊ง ซึ่งเมื่อปรับให้ตั้งฉากกันแล้วจะเป็นการกั้นกระแสคนเดินที่มาจากทั้งสองข้าง ให้เข้ามาปะทะหุ่นโชว์โดยตรง ไม่ว่าจะเดินมาจากทางใดก็จะมองเห็นหุ่นโชว์อย่างชัดเจน และชวนให้น่าเดินเข้าไปดูใกล้ๆมากกว่า เดินเลี่ยงออกด้านข้าง (ดังรูปที่ 3)

 

จากรูปที่ 3 เมื่อปรับให้ตั้งฉากกันแล้ว เนื้อที่ภายในร้านจะน้อยลง อันนี้เป็นปัญหา เพราะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกน้อยลง แต่ยังคงสามารถเดินไปมาดูสินค้าในร้านได้ ซึ่งผมจะแก้ไขในขั้นตอนต่อไป

ลำดับต่อมา หลังจากปรับหุ่นโชว์ให้ตั้งฉากกันแล้ว ผมได้กำหนดจุดที่สำคัญภายในร้าน 4-5 จุดเพื่อการปรับเปลี่ยนแก้ไขดังนี้

จุด A เป็นจุดภายในร้านค้า ซึ่งเป็นจุดที่ดูทิศทางแล้วว่าเป้นจุดที่ดี ควรมีการเคลื่อนไหว ผมจึงให้เจ้าของร้านหาพัดลมมาหนึ่งตัว ตั้งที่จุดนี้ และเปิดให้มีลมพัดเบาๆ ออกไปทางจุดคนเดิน ซึ่งข้อนี้อาจจะดูขัดแย้งกับการดึงกระแส เพราะแทนที่จะเป่าเข้าร้าน แต่เป็นการเป่าออกจากร้าน เพราะผมเห็นแล้วว่าเพียงแค่มีการเคลื่อนไหวก้ใช้งานได้แล้ว และเพื่อเทคนิคการขาย หากคนเดินไปมาได้รับลมเย็นบริเวณหน้าร้านหลังจากการเดินเลือกซื้ออาหารร้อนๆจากตลาดมาแล้ว มาเจอลมเย็นๆจะทำให้มีการหยุดพัก หรือเดินช้าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการให้ลูกค้าได้แวะพักสายตาเลือกชมสินค้าในร้านด้วย

จุด B, C เป็นจุดที่วางราวแขวนเสื้อผ้าสำหรับโชว์ 2 จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะในหลักฮวงจุ้ยจะเป็นจุดที่พลังเข้ามาปะทะโดยตรงรองจากหุ่นโชว์ด้านหน้า ดังนั้น ผมจึงเลือกให้เอาเสื้อผ้าที่สีสันสดใส สวยงาม มาโชว์ให้เด่นๆที่สุดที่ 2 จุดนี้ และในหลักการจัดร้านแล้ว 2 จุดนี้ก็จะเป้นจุดที่สายตาคนเดินเท้าจะมองเห็นก่อนจุดอื่นๆ ดังนั้นจึงควรเลือกที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่ (ในการแก้ไขจริงผมได้คำนวณหาด้วยว่าเสื้อผ้าจุด B ควรใช้สีอะไร และจุด C ควรใช้สีอะไรจึงจะเหมาะสมสอดคล้องกับฮวงจุ้ยมากที่สุด)

จุด D เป็นจุดที่ไม่สูงมากนัก เพื่อไม่บังจุด B, C แต่ก็สำคัญมากเช่นกัน หุ่นที่ตั้งโชว์จุดนี้ ต้องทำให้หันหน้าทำมุมตั้งฉากกัน และทำให้ดูสวยงามโดดเด่น และร่นเข้ามาให้มีพื้นที่ทางเดินด้านหน้ามากขึ้น เพื่อให้มีลานเก็บกักกระแสมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งจะสรุปการปรับแต่งร้านค้าดังรูปที่ 4

สรุปการจัดแต่งร้านค้า และผลการปรับแต่งฮวงจุ้ย

การปรับปรุงการจัดวางใหม่แทบไม่มีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขฮวงจุ้ยเลย เนื่องจากร้านแบบแผงลอยสามารถย้ายและปรับเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องรื้อทุบอะไรใหม่ ผลการปรับแต่งร้านค้า ก่อนที่ผมจะวัดว่าการปรับแต่งสำเร็จหรือไม่ ผมต้องทำการเทียบเคียงกับยอดขายเดิมก่อน ซึ่งทราบมาว่าก่อนหน้านี้ 1-2 เดือนยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมคืนละ 6-8 พันบาทในช่วงต้นเดือน เป็นเหลือเพียง 4-5 พันบาทเท่านั้น และช่วง 1-2 อาทิตย์ก่อนที่ผมจะไปแนะนำให้ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่คืนละ 2-3 พันบาทเท่านั้น ซึ่งสาเหตุส่วนนึงก็มาจากเป็นช่วงสิ้นเดือน

วันนั้นผมถามเล่นๆกับเจ้าของร้าน ว่าเคยขายช่วงต้นเดือนสูงสุดที่ เท่าไหร่ก็ได้คำตอบว่าสุงสุดที่เคยเปิดร้านมาคือ 8-9 พันบาทในคืนเดียว ผมจึงพูดไปว่า ถ้าผมปรับสำเร็จ คืนนี้น่าจะได้หนึ่งหมื่นบาทในคืนเดียว ผมยังจำภาพของเจ้าของร้านหัวเราะแบบไม่เชื่อในคำพูดผม คงคิดว่าผมพูดเล่นไปงั้นๆ

คืนแรกหลังจากปรับฮวงจุ้ย สามารถขายได้ถึง 2 พันกว่าบาท ภายในเวลาเพียง 3 ชม. กว่าๆ แต่เนื่องจากฝนตก คืนแรกจึงยังวัดยอดขายโดยรวมไม่ได้ แต่ก็สามารถทำยอดขายได้เทียบเท่ากับวันก่อนๆที่ผ่านมาที่ขายทั้งคืน(ปกติใช้เวลาขายคืนละ 8-9 ชม.) และเสื้อผ้าที่ค้างสต๊อกนานกว่า 2-3 เดือนสามารถขายได้ในวันนั้น

คืนที่ 2 เริ่มจัดร้านค้าตั้งแต่ช่วงเย็น คืนนี้มีเวลาขายเต็มที่ทั้งคืน จนถึงเที่ยงคืน คืนนี้เองที่ผมได้รับโทรศัทพ์มาดังตอนเที่ยงคืน เสียงตามสายบอกว่า

คืนนี้เหนื่อยมาก ขายดีทั้งคืน เหลือเพียง 400 บาทก็ครบหนึ่งหมื่นพอดี แต่ไม่ไหวแล้ว จะเก็บร้านแล้ว เพราะเหนื่อยมากพรุ่งนี้ว่ากันใหม่….

หลังจากคืนนั้น ผมเองก็ใจจดใจจ่อ รอดูว่าจะการรายงานผลอีกหรือไม่ หรือว่าจะขายดีเพียงแค่วันเดียว ปรากฏว่า หลังจากคืนนั้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นมาจากเดิมหลายพันบาทต่อคืน บางคืนขายได้ถึงหนึ่งหมื่นบาทเลยทีเดียว

แม้จะไม่ใช่ทุกคืน แต่ถ้าเทียบกับสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาขณะนั้น และเทียบกับความเป็นไปได้ในช่วงเวลาต้นเดือน บวกกับการตัดวางฮวงจุ้ยอย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้บ้าง และได้วัดผลแล้วว่า ได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจริง เพราะสามารถทำยอดขายสูงสุดที่เคยทำได้ในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างจากหลายๆรายที่ผมได้มีโอกาสไปปรับแต่ง และแนะนำการจัดวางฮวงจุ้ยร้านค้าเท่านั้น จะเห็นได้ว่า การปรับแต่งฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องยาก หรือต้องเสียเงินทองมากมาย เพียงแต่เราต้องเข้าใจหลักการ วิธีการ และยิ่งสามารถเรียนรู้เทคนิคชั้นสูง เช่นการคำนวณหาพลังงานในแต่ละจุด และปรับแต่งฮวงจุ้ยครบทุกองค์ประกอบด้วยแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจได้มากขึ้นว่า ผลที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลดีจริง และผลที่ได้นั้น ไมได้หมายความว่ายอดขายจะต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเสมอ บางครั้งก็มีความเกี่ยวพันกับปัจจัยอื่นๆภายนอกด้วย เช่น สภาพเศรษฐกิจ และสภาพสังคมในช่วงนั้นๆ เพียงแต่ถ้าปรับแต่งถูกต้อง ช่วงจังหวะที่ควรทำกำไรมากมาย คุณก็จะมีโอกาสได้รับผลนั้นมากกว่าปกติ เช่นนั้นเอง

ท่านที่ต้องการอ่านบทความฮวงจุ้ยย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

(บทความลงในนิตยสารช่องทางทำมาหากินฉบับเดือน ก.ย. 2551) ในหลักวิชาฮวงจุ้ยต่างๆที่มีบนโลกนี้ มีมากมายหลากหลายทฤษฎี หนึ่งในหลักวิชาที่ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก คือ วิชาดาวเก้ายุค ของเสวียนคง เนื่องจากว่าได้รับการพิสูจน์ และมีการยืนยันจากหลายสำนัก ว่าการปรับแต่งด้วยหลักวิชาดาวเก้ายุคนั้น มีความแม่นยำ และเห็นผลได้ชัดเจน

สำหรับในรายละเอียดวิธีการดูด้วยหลักวิชาดาวเก้ายุคนั้น ผมคงไม่สามารถนำมาอธิบายในหน้ากระดาษได้หมด เพียงแต่อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังคร่าวๆ ว่า ดาวเก้ายุคนั้น มีอิทธิพลใดบ้างกับตัวเรา และมีอิทธพลใดบ้างกับโลกใบนี้ของเรา เพื่อที่ทุกท่านจะได้เข้าใจในความเป็นไปของโลกใบนี้

map-world

ในหลักการของวิชาดาวเก้ายุคนั้น เกิดจากกลุ่มดาวเหนือทั้ง 9 ซึ่งทั้งหมดจะมีบทบาทในแต่ละช่วงเวลา โดยเราจะใช้พิจารณาถึงยุคที่จะเจริญรุ่งเรือง และยุคที่เสื่อม และนำมาใช้วัดหาพลังงานที่ดี และส่วนที่มีพลังงานที่เสื่อม ในที่พักอาศัย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งเคลื่อนไหว และตำแหน่งนิ่งสงบ ว่าอยู่ที่มุมใดของบ้านหลังนั้น ซึ่งนั้นหมายความว่า ถ้ามีการข้ามยุค บ้านหลังดังกล่าวอาจจะมีการเปลี่ยนผังพลังงานทำให้จุดที่เคยดี รุ่งเรื่อง อาจจะกลายเป็นจุดเสื่อมได้ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้ หลักการดูฮวงจุ้ย จึงต้องพิจารณาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชัยภูมิภายนอก ภายใน , ผังพลังงานที่เหมาะสมกับชัยภูมิ, บุคคลที่อยู่ในบ้าน, และฤกษ์ยามที่เหมาะสม

หลักวิชาดาวเก้ายุค ได้แบ่งเป็นทั้งหมด 9 ยุค และมีอิทธิพลต่อส่วนต่างๆ บนโลก โดยแบ่งส่วนต่างๆของโลกออกเป็น 9 ส่วนเช่นกัน ส่งผลให้ความเจริญรุ่งเรือง และความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นกับพื้นที่นั้นๆ ซึ่งดาวประจำยุคมีอิทธิพลอยู่ และให้สังเกตว่า ในทุกๆ 10-20 ปี จะมีประเทศในภูมิภาคใด ภูมิภาคหนึ่งในพื้นโลกที่จะเริญกว่าอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งก็มักจะเป็นไปตามยุคที่เปลี่ยนไป ยุคที่ 1 (ปี 2407-2426) (ธาตุน้ำ) กลุ่มมหาสุทรแปซิฟิก ไซบีเรีย นิวซีแลนด์

ความหมายของดาว 1 ธาตุน้ำ คือ เรื่องที่เกี่ยวของกับมหาสมุทร ทะเล การเดินทาง ดังนั้นในยุคนี้จะมีความเจริญ หรือความเกี่ยวพันกับการเดินทางโดยเฉพาะทางเรือเป็นสำคัญ เป็นยุคของการล่าอาณานิคมทางทะเล ยุคที่ 2 (ปี 2427-2446) (ธาตุดิน) กลุ่มอเมริกาใต้ โคลัมเบีย เวเนซุเอลา บราซิล เปรู ชิลี อาร์เจนตินา ความหมายของยุค 2 ธาตุดิน คือ เป็นยุคที่มีการค้นพบแหล่งแร่ธรรมชาติ เริ่มมีการนำเอาทรัพยากรใต้ดินมาใช้งาน และเป็นยุคที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธาตุดินจะมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ยุคที่ 3 (ปี 2447-2466) (ธาตุไม้) กลุ่มประเทศอินเดีย ปากีสถาน เนปาล อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา รัสเซีย มองโกเลีย จีนฝั่งตะวันตก ซินเจียง ทิเบต พม่า ไทย มาเลเซีย สิงค์โปร ความหมายของยุค 3 ธาตุไม้ คือ เป็นช่วงที่ประเทศต่างๆเหล่านี้ เริ่มเปิดประเทศ รับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากขึ้น และมีการตรวจสอบ และค้นพบแหล่งป่าไม้มากมาย รวมไปถึงงานด้านเกษตรกรรมมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก กลุ่มประเทศเทศตะวันตกให้ความสนใจกับทางด้านเกษตรกรรม นอกจากนี้ดาว 3 ยังหมายถึงความแตกแยก การทะเลาะเบาะแว้ง ในยุคนี้ ประเทศในกลุ่มนี้ จึงมีความขัดแย้งเกิดขึ้นให้เห็นทั่วไป

ยุคนี้เป็นยุคที่อินเดียซึ่งมหาตมะ คานทีเป็นผู้นำสู่การหลุดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอีกด้วย และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของรัสเซียด้วย ก่อนที่จะล่มสลายในเวลาต่อมา ยุคที่ 4 (ปี 2467-2486) (ธาตุไม้) กลุ่มประเทศยุโรป ตะวันออก กลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มแอฟริกา อาทิเช่น สวีเดน ฟินแลนด์ โปแลนด์ ฮังการี สาธารณรัฐเชค สโลวัก ยูเครน แอลบาเนีย โรมาเนีย บัลกาเรีย รัสเซีย ตุรกี กรีซ เลบานอน อิสราเอล ซีเรีย จอร์แดน อิรัก อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย เยเมน ซูดาน แอฟริกากลาง ความหมายของยุค 4 ธาตุไม้ คือ นอกจากยุค 3 ที่เป็นธาตุไม้แล้ว ในยุคที่ 4 นี้ก็เป็นธาตุไม้เช่นกัน และนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเดินทางบนอากาศด้วย การเดินทางด้วยเครื่องบินในยุคนี้จึงเจริญรุดหน้าไปมาก ยุคที่ 5 (ปี 2487-2506) (ธาตุดิน-ระเบิด) 10 ปีแรก ประเทศที่ยังได้รับพลังอยู่ในยุค 4 10 ปีหลังประเทศที่ยังได้พลังอยู่ในยุค 6

hitler2

ความหมายของยุค 5 ยังรวมหมายถึงความเลวร้ายทุกรูปแบบ การแตกแยก ความเสื่อม และภัยพิบัติที่รุนแรง ดังจะเห็นว่าสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เกิดขึ้นในยุคนี้ ยุคที่ 6 (ปี 2507-2526) (ธาตุทอง) แคนนาดา บริชตริชโคลัมเบีย อลาสกา สรหัฐอเมริกา ฝั่งตะวันตก

news_15

ความหมายของยุค 6 ธาตุทอง คือ การเจริญทางด้านวัตถุ ค่านิยมทางด้านตะวันตกเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงนี้ หลังสงครามโลกเสร็จสิ้น ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองมาก คือ สหรัฐอเมริกา นอกจากธาตุทองยังหมายถึง อาชีพด้านราชการ ยุคนี้ผู้ทำงานราชการจึงรุ่งเรืองเฟื่องฟูมากเป็นพิเศษ ยุคที่ 7 (ปี 2527-2546) (ธาตุทอง) พื้นที่ในแถบประเทศ แคนนาดา สหรัฐอเมริกา ปานามา คิวบา

ความหมายยุค 7 ธาตุทอง ต่อเนื่องจากยุค 6 ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกา มีบทบาททั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคม และมีอิทธิพล ต่อโลกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ด้านอาชีพยังหมายถึง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านบันเทิง ยุคนี้งานด้านบันเทิงจึงมีความเจริญรุ่งเรืองมากเป็นพิเศษ ดังจะดูย้อนกลับไปได้ว่า ศิลปินดังๆที่สร้างชื่อและมีรายได้มากมายมหาศาล ก็จะโด่งดังในยุคนี้แทบทั้งสิ้น ยุคที่ 8 (ปี 2547-2566) (ธาตุดิน) กลุ่มประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน รัสเซีย มองโกเลีย ลาว เวียดนาม ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย

อิทธิพลของดาวประจำยุค คือยุค 8 ธาตุดิน ส่งผลให้ประเทศประเทศจีน ขึ้นมามีอิทธิพลทางการค้าโลก และมีอิทธิพลทางด้านเศรฐษกิจ และการพาณิชย์ และมีบทบาทต่อโลกอย่างเห็นได้ชัด และสหรัฐอเมริกาซึ่งเข้ายุคเสื่อม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง

ด้านอาชีพ จะเกี่ยวข้องกับทางด้านทรัพยกรธรรมชาติ หรือสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติจะมีความสำคัญ คนเริ่มลดความสำคัญของโลกตะวันตกลงอย่างเห็นได้ชัด จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ คนเริ่มให้ความสำคัญทางด้านธรรมะมากขึ้น หรือสนใจในด้านศาสตร์ หรือปรัชญาที่ลึกซึ้ง ดังจะเห็นได้ว่าเป็นช่วงที่ทฤษฎีพอเพียงของในหลวงเริ่มได้รับการยอมรับไปทั่วโลก คนเริ่มมองปัจจัยพื้นฐานของชีวิตมากขึ้น เป็นยุคที่กลับสู่ดิน คือความเป็นธรรมชาติ และเรียบง่าย เป็นยุคที่ธุรกิจบันเทิงเริ่มซบเซามีปัญหา และเกิดการแย่งตลาดกันมากมายจนผลกำไรหดหายไปจากเดิมอย่างชัดเจน ยุค 9 (ปี 2567-2586) (ธาตุไฟ) กลุ่มยุโรป สหภาคยุโรป เช่น นอร์เวย์ สวีเดน อังกฤษ ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศษ เดนมาร์ก เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ โปรตุเกตุ สเปน กลุ่มอัฟริกาฝั่งตะวันตก เช่น โมร็อคโค แอลจีเรีย ไนจีเรีย ตูนีเซีย ในยุคต่อไปคือยุค 9 ธาตุไฟ ในยุคนี้ภาวะโลกร้อนน่าจะมีความรุนแรงขึ้นมาก เพราะเข้าสู่ยุคธาตุไฟตลอด 20 ปี ธาตุไฟนำมาซึ่งความสว่างไสว นำปัญญามาสู่โลก เป็นไปได้ว่าในยุคนี้จะเกิดวิชาการต่างๆมากมายบนโลกนี้ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน และผู้คนจะแสวงหาหนทางใหม่ๆให้ชีวิต รวมถึงธาตุไฟ เป็นการเผาผลาญอาจจะเกิดความแตกแยกจากแนวความคิดที่แตกต่างกัน ความเชื่อที่แตกต่างมากขึ้น และเมื่อครบ 9 ยุคแล้ว ก็จะวนกลับมายุค 1 ใหม่อีกครั้ง หมุนเวียนเป็นเช่นนี้ต่อไป สำหรับท่านผู้อ่าน ที่นำเรื่องหลักวิชาดาวเก้ายุคมาเล่าให้ฟังเบื้องต้นนี้ ก็เพื่อได้มองเห็นภาพถึงความเปลี่ยนแปลงบนโลก กับอิทธิพลจากดาว 9 ยุคนี้ ซึ่งในหลักวิชานี้ การคำนวณหาพลังงานในบ้าน หรือที่ทำงานนั้นจะต้องอาศัยการวัดองศาที่ละเอียด และแม่นยำ เพื่อจะสามารถคำนวณหาพลังงานที่ดี-ร้ายได้ถูกต้องเหมาะสมกับยุคนั้นๆ รวมไปถึงคราวหน้า จะพูดถึงอิทธิพลของดาวเก้ายุค ต่อประเทศไทยในภาคต่างๆ มาอธิบายต่อไป และสิ่งปลูกสร้างที่เหมาะสมในยุคนี้เป็นอย่างไร ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com

(บทความในนิตยสารช่องทางทำมาหากิน ฉบับเดือน ส.ค. 2551) 

การเลือกทำเลร้านค้า หรือห้างร้าน กิจการใดๆ ในศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น มีความสำคัญมาเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะกิจการ หรือร้านค้าจะเจริญรุ่งเรือง การเลือกทำเลที่เหมาะสม และส่งเสริมเกื้อหนุนดี จะยิ่งเพิ่มพูนทวีความเจริญรุ่งเรืองให้กิจการนั้นๆก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ขอยกตัวอย่างการพิจารณามาให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจและสามารถนำไปใช้เลือกทำเลของท่านได้ ซึ่งหลักการที่เราจะพูดถึง คือการดึงเอาพลังชี่ที่ดี เข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งพลังชี่นี้ เป็นเสมือนพลังที่หล่อเลี้ยงตัวอาคารสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อยู่ภายในอาคารนั้น เปรียบเสมือนลมหายใจซึ่งมีออกซิเจน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดพลังชีวิต การเคลื่อนไหวและก่อกำเนิดสิ่งต่างๆ หรือบางตำราอาจเรียกว่า “พลังมังกร” ซึ่งในหลักการของฮวงจุ้ยนั้น การเลือกร้านค้า จำเป็นต้องหาทำเลที่เหมาะสม และสามารถรับพลังชี่ได้มาก ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรืองได้มาก นอกจากนี้กระแสชี่นี้ยังเป็นการนำพาคนจำนวนมากมายังร้านค้าของเราด้วย ซึ่งผมจะสรุปง่ายๆสำหรับการเลือกทำเลร้านค้าเบื้องต้น ซึ่งดึงเอาทำเลในเมืองที่เป็นอยู่ปัจจุบันจริงมาเป็นตัวอย่างให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ และสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้จริงประกอบการพิจารณาเลือกทำเลร้านค้าของท่านเอง ดังนี้

 

1.        การเลือกทำเลที่ดี ควรสามารถรับกระแสพลังจากด้านหน้าได้ดี และมีตัวคอยดักกระแสให้เข้าสู่ร้านค้า เช่น ร้านค้าที่อยู่ริมถนนหากถนนรถวิ่งจากขวามาซ้าย ควรมีป้ายตั้งพื้น วางขวางไว้ทางซ้ายของร้านค้า หรือการติดป้ายแนวยื่นออกไปยังถนนควรอยู่ในตำแหน่งเยื้องไปทางซ้ายของหน้าร้าน ไม่เอามาขวางไว้ทางขวามือ ก่อนถึงประตูร้านค้า ดังรูปที่ 1.

pic0011.gif 

2.        ควรเลือกร้านที่ก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามเล็กน้อย จะดีกว่าร้านที่เลยไป กรณีนี้ใช้ได้กับถนนลอยฟ้ารถข้าม หรือสิ่งปลูกสร้างที่พาดผ่านทุกชนิด ดังรูป

pic002.gif 

3.        จุดรถลงสะพาน หากไม่มีสะพานคนข้ามทอดผ่าน หรือป้ายดักกระแสเข้ามายังตัวอาคาร ถือว่าไม่ดี ควรมีทางรถวิ่งเข้า และมีสะพานคนข้ามคอยดักไว้จะดีกว่า

4.        พื้นที่ด้านหน้าอาคาร ไม่ควรใกล้ถนนมากเกินไป ควรเว้นพื้นที่ลานด้านหน้าให้กว้าง ซึ่งภาษาทาง ฮวงจุ้ยเราเรียกส่วนนี้ว่า เหม่งตึ๊ง” ลานเหม่งตึ๊งที่ดี ควรกว้าง ได้สัดส่วน ไม่ลาดออก ไม่เอียงออกข้างทั้งสอง จุดนี้ในทางฮวงจุ้ยคือ จุดพักสะสมพลังงานชี่ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร หากไม่มีจะทำให้พลังสะสมตัวได้น้อยถือว่าไม่ดี และควรมีการไหลของพลังงานชี่เข้าสู่ตัวอาคารจึงจะถูกต้อง

pic003.gif 

5.        หากด้านหน้าอาคารมีกำแพง หรือตึกที่สูงกว่าลานโล่ง ระยะความสูงของกำแพง ไม่ควรสูงเกินระยะห่างถนนกับอาคาร 1.5 - 3 เท่า เช่นลานด้านหน้ามีระยะห่างจากถนนถึงตัวอาคาร 3 เมตร กำแพงไม่ควรสูงเกิน 1-2 เมตร จึงจะดี หากสูงกว่านี้ จะทำให้กระแสเข้าสู่ตัวอาคารได้ยาก

pic004.gif 

6.        เหม่งตึ๊ง ที่ไม่ดี คือ มีการลาดเอียงออกไป หรือกระแสน้ำ หรือถนนตีจาก หรือมีการทิ่มแทงเข้าหมาเหม่งตึ๊ง ถือว่าไม่ดี

pic005.gif

7.        เหม่งตึ๊งที่แคบเกินไป มีพื้นที่ด้านหน้าน้อยก็ถือว่าไม่ดีเช่นกัน หรือเหม่งตึ๊งที่กว้างเกินไป ไม่มีอะไรปิดกั้นเลยก็ไม่ดีเช่นกัน

 

8.        เหม่งตึ๊งที่มีลักษณะแตกๆหักๆ ไม่เรียบก็ถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ดีเช่นกัน

 

9.        เหม่งตึ๊ง ควรอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าตรงกึ่งกลางด้านหน้าของอาคารจึงจะดี

 

10.     เพื่อให้สามารถเก็บกักพลังงานชี่ได้ นอกจากด้านหน้าจะมีที่ราบแล้ว ด้านหลังควรมีลักษณะสูงใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสชี่ที่เข้าจากทางด้านหน้าไหลออกไปทางด้านหลังได้ง่ายดาย

 

11.      กรณีเป็นร้านค้า ทำเลที่เป็นทางตัน ซอยตัน ถือว่าไม่ดี เนื่องจากไม่มีการสัญจรไปมาของผู้คน (ไม่เกิดกระแส) ถึงแม้ว่าจะเก็บกักกระแสได้เต็มที่ก็ตาม แต่โดยส่วนใหญ่ในความเป็นจริง เมื่อไม่มีผู้คนสัญจร กระแสก็ไม่เกิด จึงควรเลี่ยง

 

12.     ความสัมพันธ์ของอาคารสิ่งปลูกสร้าง ต้องสัมพันธ์กับถนน แม่น้ำ เช่น ถนนที่ขนาดใหญ่ กว้าง อาคารควรเป็นตึกสูงใหญ่ รับสอดคล้องกันด้วยจึงจะเจริญรุ่งเรือง  หากอาคารสูงใหญ่ แต่ถนนด้านหน้าเป็นซอยเล็กแคบ อย่างนี้ก็ไม่เหมาะสมเจริญรุ่งเรืองยากต้องแก้ไขด้วยอย่างอื่น หรือ อาคารเล็กเกินไปแต่ถนนกว้างมากๆก็ไม่อาจจะเก็บกระแสเอาไว้อยู่ได้เช่นกัน (มักพบเห็นได้ตามร้านค้าอาคารเล็กๆตามถนนทางหลวงทั่วไป

pic006.gif 

13.  การเลือกทำเลตามเส้นทางถนน ให้สังเกตสิ่งแวดล้อมโดยรอบของถนนว่ามีพลังชีวิตที่ดีหรือไม่ ถนนที่มีพลังชีวิตที่ดีต้องมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมพอประมาณ และมีพลังชีวิตของต้นไม้คอยหล่อเลี้ยงบริเวณนั้นอย่างสมดุล ถนนเส้นใดที่ต้นไม้ไม่เจริญเติบโต แห้งแล้ง ไม่มีชีวิตชีวา ก็ให้เลี่ยงถนนเส้นนั้น เนื่องมาจากขาดพลังชี่ที่ดีนั่นเอง

pic007.gif

14.     อย่างไรก็ตาม เส้นทาง ถนนแต่ละเส้นนั้น พลังชี่สามารถสร้างได้เช่นกัน ถ้ามีทุนทรัพย์มากพอ ก็สามารถบูรณะ หรือตกแต่งให้เกิดพลังชี่ที่ดีได้เช่นกัน แต่หากมีงบประมาณจำกัด การเลือกไปตั้งทำเลยังที่ๆมีพลังชี่ดีอยู่แล้วจะช่วยประหยัดได้มากกว่า

 

15.     ตำแหน่งใกล้สี่แยก โดยปกติแล้วถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดี เจริญรุ่งเรืองได้ง่าย เพราะเป็นที่รวมของกระแสพลังงานมารวมกัน แต่ในปัจจุบันตำแหน่งสี่แยกจะมีการจราจรพลุกพล่าน และมักจะมีสะพานคนข้าม หรือถนนพาดผ่านด้านบน ทำให้ชัยภูมิบริเวณสี่แยกในเมืองใหญ่ๆมักจะกลายเป็นทำเลที่เสื่อมได้ ดังนั้นควรพิจารณาโดยรอยคอบ นอกจากนี้ควรดูในแง่ของการเดินทางด้วย หากใกล้สี่แยกไม่มีที่จอดรถ เปรียบดั่งกระแสไม่สามารถหยุดพักได้ วิ่งมาแล้วก็ผ่านไป อย่างนี้ก็ถือว่าไม่ดีเช่นกัน ควรเลือกเลยออกมาจากสี่แยกระยะนึงจะดีกว่า

 

16.     หากมีหลายห้องให้เลือกในแนวเดียวกัน ให้ลองดูระดับสู่งต่ำของแต่ละอาคาร จุดที่ดีคือห้องหรืออาคารที่อยู่ต่ำกว่า หรือให้สังเกตเวลาฝนตกแล้วน้ำไหลมารวมกันที่ใด ในบริเวณนั้นจึงจะถือว่าดี

pic008.gif

  พูดถึงเรื่องการเลือกทำเลที่ต่ำกว่า อาจจะมีผู้อ่านหลายท่านบอกว่า ที่ต่ำจะดีกว่าอย่างไร เพราะเวลาฝนตกมีโอกาสน้ำท่วมกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ผมจะขอชี้แจงให้ทราบง่ายๆ ว่า การเลือกชัยภูมิในทางฮวงจุ้ยนั้น หากอยู่ที่ต่ำกว่า จะดีในแง่ของเรื่องทรัพย์ เงินทอง ทำมาค้าขึ้น แต่เสื่อมในแง่ของสุขภาพ และบารมี อำนาจ หากอยู่ในตำแหน่งที่สูงจะดีในแง่ของบารมี อำนาจ และสุขภาพ แต่อาจจะเสื่อมในเรื่องของทรัพย์ เงินทอง ดังนั้น หากต้องการเลือกทำเลเพื่อค้าขาย ผู้เขียนขอแนะนำให้เลือกที่ต่ำเพื่อความเจริญทางการค้าจะดีกว่า ส่วนทำเลสำหรับบ้าน ที่พักอาศัยต้องดูให้เหมาะสมทั้งสุขภาพ บารมี และเงินทองให้สัมพันธ์กัน ซึ่งซินแสที่มีประสบการณ์และเข้าใจศาสตร์ฮวงจุ้ยจำเป็นต้องผสมผสานทุกๆส่วนให้สมดุลกันทั้งสองส่วนจึงจะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองต่อผู้อยู่อาศัยนั่นเอง

ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com 

            จากหลายๆครั้งที่ผ่านมา ผู้เขียนพยายามให้ผู้อ่านได้เข้าใจหลักฮวงจุ้ยเพื่อนำไปปรับแต่งแก้ไขบ้าน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งที่บ้านและสำนักงาน แต่ยังมีหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจว่า จะดูทิศทางอย่างไรในบ้านของตน ผมจึงถือโอกาสนี้ในการอธิบายถึงวิธีแบ่งบ้านให้เป็นทิศต่างๆ ว่าทำอย่างไร จึงจะแบ่งได้อย่างถูกต้อง และนำไปใช้ได้จริงๆ

เมื่อต้นปี ผมได้พูดถึงทิศดี ทิศร้ายประจำปีให้ผู้อ่านได้รับทราบ และบอกทั้งแปดทิศถึงความหมายไปแล้ว แต่การจะนำมาเทียบใช้กับลักษณะของบ้านแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรู้วิธีการแบ่งบ้านเป็นทิศต่างๆ เพื่อจะได้จัดเฟอร์นิเจอร์ และจัดวางฮวงจุ้ยได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่เราควรรู้อันดับแรกคือ การหาจุดศูนย์กลางบ้านให้ได้ก่อน ซึ่งบ้านแต่ละหลังอาจจะมีส่วนเว้าแหว่ง หรือรูปร่างต่างกันไป ให้ดูแนวทางการหาจุดศูนย์กลางได้ดังภาพตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ

center-of-shape-r.gif

 

สำหรับการหาจุดศูนย์กลางบ้าน หลักการง่ายๆก็คือ การคำนวณหาจุดศูนย์ถ่วงที่สมดุลที่สุดของรูปทรง ตำแหน่งนั้นก็คือ ตำแหน่งจุดกลางบ้านนั่นเอง ซึ่งมื่อได้ ตำแหน่งศูนย์กลางบ้านแล้ว ขั้นตอนต่อไป เราจึงจะมาทาบทิศทั้งแปด อีกครั้ง เพื่อหามุมต่างๆของบ้านที่ดีและร้าย

วิธีการก็คือ ให้หาแผนวงกลมที่แบ่งทิศออกเป็นทั้งหมด 8 ทิศ โดยมีจุดอ้างอิงเป็นองศาใดองศาหนึ่ง ในที่นี้สมมติให้ใช้ 0 องศา หรือทิศเหนือเป็นหลัก ลองดูตัวอย่างแผ่นแปดทิศที่ได้ทำไว้แล้ว 8direction-r.gifhome-r.gif

หลังจากนั้น นำแบบบ้านที่มีอยู่แล้ว ยืน ณ จุดศูนย์กลางบ้าน แล้วหาทิศอ้างอิง 0 องศา แล้วนำ 0 องศาของผังแปดทิศ มาทาบกันจะได้เส้นแบ่งทิศทั้งแปดของบ้านดังนี้

 

 home-8direction-r.gif

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ แบบบ้านที่มีการแบ่งทิศทั้งแปดไว้ในการมองหาจุดปรับแต่งฮวงจุ้ยต่อไป

โดยสำหรับพื้นฐานง่ายๆ คุณสามารถใช้ผังดาวประจำปีมาเพื่อปรับแต่งตามทิศต่างๆดังที่เคยได้บอกเอาไว้ หรือสำหรับฮวงจุ้ยขั้นสูงต่อไป คุณจะสามารถคำนวณได้อย่างละเอียดถึงมุมต่างๆของบ้าน เมื่อจัดแล้วจะส่งผลอย่างไรให้กับคนในบ้านได้ด้วย ในฮวงจุ้ยชั้นสูง ตำแหน่งหน้าต่าง ประตู จำเป็นจะต้องเป็นจุดที่ดี เพื่อรับพลังดีเข้ามายังตัวบ้าน ส่วนจุดที่ไม่ดีควรนิ่งเงียบสงบ และจัดแล้วส่งผลระยะยาวหลายสิบปี ไม่เหมือนจัดตามพลังประจำปี ซึ่งต้องเปลี่ยนทุกๆปี สำหรับขั้นสูงนั้นคงต้องปรึกษาผู้รู้ไปช่วยวัดให้อย่างละเอียด จึงจะได้ผลที่แม่นยำมากขึ้น

ท่านที่ต้องการอ่านบทความย้อนหลังอ่านได้ที่ http://www.fengshuix.com หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่อีเมล์ fs@fengshuix.com หรือโทร.089-697-4500 หากคำถามของท่านมีประโยชน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป

Fengshuix.com